Jumanji หนังแฟนตาซี ที่ต่อให้ผ่านมานานแค่ไหน ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ตลอด

Jumanji คือภาพยนตร์ แนวแอดเวนเจอร์ แฟนตาซี ที่ดัดแปลงมาจาก หนังสือวรรณกรรมเด็ก ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1981 ของ คริส แวน ออลส์เบิร์ก 

Jumanji ที่เป็นเรื่องราว ของความมหัศจรรย์ และสิ่งแปลกประหลาด น่าเหลือเชื่อ ที่เกิดขึ้นจากการเล่นเกมส์กระดาน ซึ่งก็เป็นไอเดียหนังสือที่น่าสนใจ และมีจินตนาการ ในการเล่าเรื่องเป็นอย่างมาก จึงได้ถูกนำมาดัดแปลง และสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องJumanjiในปี 1995 ที่ได้รับคำวิจารณ์ ว่าเป็นภาพยนตร์ ที่มีพล็อตเรื่อง ที่แปลกใหม่สำหรับหนังแนวนี้

อย่างการนำเกมส์กระดาน ทอยลูกเต๋า มาผสมเข้ากับความมหัศจรรย์หลาย ๆ อย่างที่จะเกิดขึ้น ระหว่างเล่นเกมส์ อย่างเช่น การที่ดูดเด็กคนหนึ่ง ให้เข้าไปในเกมส์ หรือการที่มีสัตว์ กับนายพรานประหลาด ๆ ออกมาจากเกมส์

ซึ่งก็ทำให้จูแมนจี้ในปีนั้น กลายเป็นภาพยนตร์แฟนตาซี แบบสมัยใหม่ เลยทีเดียว และนอกจากโครงเรื่อง ที่น่าสนใจสำหรับการทำออกมาเป็นภาพยนตร์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จูแมนจี้ ในปีนั้น ได้สร้างความฮือฮา ก็คือรูปแบบ การทำสเปเชี่ยลเอฟเฟค และการเนรมิต ฉากต่าง ๆ ให้เข้ากับเนื้อหาแฟนตาซีของหนัง

ซึ่งนั้นเอง ก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น กลายเป็นมาอีกหนึ่งภาพยนตร์ สุดคลาสสิคของหนังแนวนี้นั้นเอง แต่จูแมนจี้ ที่เราจะนำมารีวิว ให้กับคุณในวันนี้ เพื่อให้ทันสมัยขึ้นมา และเข้ากับผู้คนในยุคนี้มากขึ้นกว่าเดิม

ก็คือภาพยนตร์เรื่อง Jumanji Welcome to the Jungle ที่ฉายออกมาเมื่อปี 2560 นั้นเอง ซึ่งถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นภาคต่อ แต่เนื้อหาในเรื่องกับภาคที่แล้ว ก็มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก มีการปรับเปลี่ยน ตัวเกมส์มหัศจรรย์ ให้มีความทันสมัย และเข้ากับเด็ก ๆ ในยุคนี้มากกว่าเดิม

และยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของหนัง และวิธีการดำเนินเรื่อง ให้มีความน่าสนมากขึ้นอีก ทั้งตัวละครแต่ละตัว ที่จะมีบุคลิก และความสามารถกันคนละอย่าง สถานที่ ที่ใช้เป็นตัวดำเนินเรื่อง ให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ภายในเกมส์จริง ๆ

แต่ก็จะยังคงคอนเซป ของความเป็นจูแมนจี้อยู่เช่นเดิม อย่างการเล่นเกมส์ร่วมกันเป็นกลุ่ม ที่ต้องอาศัยความสามัคคี เพื่อที่จะทำให้สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายได้ โดยภาคนี้

ก็ได้ผู้กำกับหนังคอมดี้ อย่าง เจค แคสแดน ที่เคยกำกับหนังตลกอย่าง Sex Tape และ Bad Teacher มานั่งแท่นเป็นผู้กำกับ พร้อมกับได้นักแสดงหนังแอคชั่นชื่อดังอย่าง ดเวย์น จอห์นสัน มาร่วมแสดง พร้อมกับนักแสดงดัง ๆ อีกหลายคน ทั้ง แจ็คแบล็ก เควิน ฮาร์ต และ คาเรน กิลแลน

โดยเรื่องราวจะเริ่มขึ้น ในปี 1996 ที่ อเล็ก เด็กหนุ่มวัยรุ่น ได้รับเกมส์กระดานจูแมนจี้ มาจากพ่อของเขาที่เก็บมันได้ จากชายหาดแห่งหนึ่ง แต่ตัวอเล็กเอง ก็ไมได้สนใจเกมส์กระดานอันนี้

และเลือกที่จะเล่นวิดีโอเกมส์ต่อไป แต่ในคืนนั้นเอง เกมส์กระดานจูแมนจี้ ก็ได้เปลี่ยนตัวเอง ให้กลายมาเป็นวิดีโอเกมส์ และเมื่ออเล็ก เปิดวิดีโอเกมส์จูแมนจี้เข้า ตัวของเข้าก็ถูกดูดเข้าไปในเกมส์ และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จนกระทั่งอีกยี่สิบปีต่อมา สเปนเซอร์ เด็กเนิร์ด ร่างกายอ่อนปวกเปียก ที่กำลังจะถูกกักบริเวณ เพราะไปทำการบ้านให้กับ ฟริดจ์ หนุ่มนักกีฬา ขาโจ๋ของมหาลัย แล้วถูกจับได้

13 เกมสยอง

และภายในห้องกักบริเวณนั้นเอง ก็ทำให้พวกเขาได้รู้จักกับ เบธานี สาวสวยสุดฮอต ที่ถูกกักบริเวณเพราะใช้โทรศัพท์ระหว่างเรียน และมาร์ธา หญิงสาวที่เข้าสังคมไม่เก่ง ที่ดันไปมีปัญหากับอาจารย์ ในคาบวิชาพละ

โดยทั้งสี่คนนั้น ถูกอาจารย์ใหญ่ ทำโทษ โดยการให้ไปแกะลวดเย็บกระดาษ ออกจากหนังสือนิตยสาร ที่อยู่ในห้องเก็บของ ซึ่งที่นั้นเอง ก็ทำให้สเปนเซอร์ ได้พบเข้ากับวิดีโอเกมส์ จูแมนจี้ และได้พยายามชักชวนเพื่อนคนอื่น ๆ ให้เข้ามาเล่นเกมส์นี้ด้วยกัน

แต่เมื่อทุกคนเลือกตัวละคร ที่จะเล่นในเกมส์ได้แล้ว พวกเขาทั้งหมด ก็กลับถูกดูดเข้าไป ในโลกของวิดีโอเกมส์ทันที ซึ่งก็พบว่าตัวของพวกเขาแต่ละคน ติดอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง พร้อมกับการเปลี่ยนตัวเอง ให้กลายมาเป็นตัวละคร ตามที่เขาเลือกก่อนที่จะเริ่มเกมส์

โดย่ตัวของสเปนเซอร์นั้น กลายเป็น ดร.สโมลเดอร์ เบรฟสโตน นักสำรวจ โบราณคดี ร่างยักษ์ ฟริดจ์ กลายเป็น แฟรงค์ลิน มูส ฟินบาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ มาร์ธา กลายเป็น รูบี้ ราวน์เฮาส์ ผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้

และเบธานี ที่กลายมาเป็นดร.เชลลี โอเบรอน ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ โดยหลังจากที่เข้ามาในเกมส์ได้ไม่นาน พวกเขาเหล่านั้นก็ได้พบกับ NPC ตัวหนึ่ง ที่อยู่ภายในเกมส์ โดยเขาก็ได้อธิบาย ถึงเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้น และภารกิจที่ทีมเหล่านักสำรวจจะต้องทำ

เพื่อที่จะทำให้จูแมนจี้ กลับมาสงบสุขอีกครั้ง นั้นก็คือการนำเอา อัญมณี Jaguar’s Eye กลับไปใส่ไว้ ในตัวรูปปั้นของเสือจากัวร์ พร้อมกับพูดคำว่าจูแมนจี้ เพื่อที่จะทำให้จูแมนจี้ กลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนก่อนที่ แวน เพลท์ จะขโมย Jaguar’s Eye ไป

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

Jumanji สรุปได้ว่า Jumanji Welcome to the Jungle เป็นหนังภาคต่อ ที่มีเนื้อเรื่องไม่ได้ต่ออะไร จากภาคก่อนเลย หากใครยังไม่เคยดูภาคก่อน ก็ยังสามารถจะดูภาคนี้ ได้อย่างเข้าใจง่าย

โดยมีการใช้เรื่องเกมส์ มาเป็นตัวนำดำเนินเรื่องแบบเดิม เพียงแต่พัฒนาเกมส์ ให้เข้ากับปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งในจุดนี้ ก็ทำให้หนังมีความน่าสนใจ มากกว่าเดิม จากการนำเอาบทบาท และความสามารถของแต่ละตัวละคร

ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละภารกิจ ที่ต้องทำ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีความสามารถ เพื่อให้ผ่านภารกิจนั้น ๆ ได้ จึงทำให้จูแมนจี้ภาคนี้ มีความบันเทิงที่ครบรสมากกว่า แถมยังมีการพัฒนา ทางด้านสเปเชี่ยลเอฟเฟค ให้ออกมาได้สมจริงมากขึ้นเยอะ

แต่ยังคงความคลาสสิค ของภาคก่อนไว้อยู่ในหลาย ๆ ฉาก ที่มีมาให้หายคิดถึงอยู่เป็นระยะ อย่างเช่น ตัวร้ายอย่าง แวน เพลท์ ที่ภาคแรกเป็นนายพราน และในภาคนี้ก็กลับมาอีกครั้ง แต่ในบทบาทของนยักสำรวจ

ซึ่งอีกจุดที่น่าสนใจ ของหนังเรื่องนี้ก็คือ จุดคอนฟิกของแต่ละตัวละคร ที่มีการแสดงให้เห็น ได้มีมีการพัฒนา ความสัมพันธ์ ของตัวละคร ให้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เกิดความเข้าใจกันได้

เพราะการเล่นเกมส์ ที่ตัวละครในเกมส์ กับบุคลิกในชีวิตจริงนั้น ตรงกันข้ามกัน ซึ่งก็ทำให้เกิดความเข้าใจ ในกันและกันมากเพิ่มขึ้น นับว่าเป็น 2 ชั่วโมง ของหนัง ที่ให้ความรู้สึกบันเทิง และครบรส ด้วยมุกต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

ประกอบกับ ฉากแอคชั่นของหนัง ที่ทำออกมาได้ดี ไม่แพ้หนังแอคชั่นเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจเลย ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น ทำรายได้สูงมากถึง เก้าร้อยหกสิบล้านเหรียญ 13 เกมสยอง

ทั้ง ๆ ที่สร้างห่างออกมาจากภาคแรก นานกว่ายี่สิบปี และยังมีการ สร้างภาคใหม่ ที่เพิ่งจะเข้าโรงไป ในปีที่แล้วอีกด้วย แค่นี้ก็คงการันตีความสนุกของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะ ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก